ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาการป้องกันและรักษาโรคธาลัสซีเมียร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
3043 ผู้เข้าชม

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ BGI Health (HK) Co.,Ltd. และ Hemogen Hongkong Alpha Technology Limited จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาการป้องกันและรักษาโรคธาลัสซีเมีย โดยมี นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ กรรมการบริษัทฯ, ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, Mr. Ning Li กรรมการบริษัท BGI Health (HK) Co., Ltd. และ Dr. Chao LIU ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Hemogen Hongkong Alpha Technology Limited ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามในครั้งนี้
โดยวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อพัฒนาการป้องกันและรักษาโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์สูงในประเทศไทย รวมถึงการร่วมมือในการพัฒนาการใช้เซลล์บำบัดและยีนบำบัดในการรักษาโรคธาลัสซีเมีย อีกทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ วัฒนธรรม รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
(ที่มา https://www.si.mahidol.ac.th/Th/hotnewsdetail.asp?hn_id=2973)
โดยวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อพัฒนาการป้องกันและรักษาโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์สูงในประเทศไทย รวมถึงการร่วมมือในการพัฒนาการใช้เซลล์บำบัดและยีนบำบัดในการรักษาโรคธาลัสซีเมีย อีกทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ วัฒนธรรม รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
(ที่มา https://www.si.mahidol.ac.th/Th/hotnewsdetail.asp?hn_id=2973)
บทความที่เกี่ยวข้อง
บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ บริษัท บีจีไอ เฮลท์ (ฮ่องกง) จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และวิจัยร่วมกัน ในการใช้การแพทย์จีโนมิกส์หรือการแพทย์แม่นยำ เรื่อง Clinical whole exome sequencing, การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ (NIPT) และการคัดกรองพันธุกรรมธาลัสซีเมียในประเทศไทย
ไปทำความรู้จักกับโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองให้มากขึ้น ทั้งสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม รวมถึงการดูแลป้องกันตนเองและวิธีรับมือ
การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าได้เปลี่ยนแปลงวิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยแนวทางการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งอย่างจำเพาะต่อเป้าหมายมากขึ้น แตกต่างจากการรักษาด้วยวิธีการอื่น


