แชร์

การตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์และวิธีการรักษาในปัจจุบันสามารถช่วยคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยากได้อย่างไร? | BGI

1372 ผู้เข้าชม

วีดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=xBG2NykCS6U 

 

“เราห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพคุณ” หรือ Your Health, Our Concern ซี่รีย์ที่มุ่งเน้นให้ความรู้ทางการแพทย์ โดยคลิปวีดีโอนี้ได้สัมภาษณ์สูตินรีแพทย์ แพทย์หญิงปรวัน ตั้งธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ Genesis Fertility Clinic (GFC) ประเทศไทย คุณหมอได้ให้คำแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่ที่วางแผนตั้งครรภ์ และได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์ว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยากได้อย่างไร

แพทย์หญิงปรวัน ตั้งธรรม เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยมีประสบการณ์ในด้านนี้มากว่า 10 ปี

ปัญหาเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยากที่พบบ่อย

“อายุ” มักเป็นสาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยาก แต่ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติเกี่ยวกับถุงน้ำ เช่น ถุงน้ำรังไข่ ซึ่งโรคแบบนี้ควรตรวจพบในระยะแรกโดยการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

การตรวจคัดกรองเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจและรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะการตรวจเลือดและน้ำอสุจิของฝ่ายชาย และการตรวจอัลตราซาวนด์มดลูกและรังไข่ของฝ่ายหญิง

การรักษาภาวะมีบุตรยาก

เมื่อตรวจพบสาเหตุที่แท้จริงของภาวะมีบุตรยาก คู่สมรสจะได้รับคำแนะนำวิธีการรักษา ประกอบด้วยสามขั้นตอนหลักดังนี้:

ช่วยคำนวณวันตกไข่ของสุภาพสตรีเพื่อช่วยการตั้งครรภ์เองตามธรรมชาติ
หากการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติไม่สำเร็จ อาจรักษาด้วยวิธี IUI หรือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก
หาก IUI ไม่ได้ผล สามารถพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น IVF (การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย) หรือ ICSI (การฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่)
IVF คือการเก็บไข่และอสุจิ แล้วผสมในหลอดทดลอง จากนั้นคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดและนำใส่เข้าไปในโพรงมดลูก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์เนื่องจากมีตัวอ่อนที่ดีและแข็งแรงที่สุด อีกวิธีหนึ่งคือ ICSI โดยใช้เข็มดูดอสุจิและฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง ซึ่งวิธี ICSI ได้รับความนิยมมากว่าเนื่องจากจะทำให้มีโอกาสในการตั้งครรภ์ที่สูงกว่า

บทบาทสำคัญของการตรวจคัดกรอง

การตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อเบื้องต้น เช่น ไวรัสตับอักเสบบี HIV และโรคซิฟิลิส มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการตรวจพบพาหะของธาลัสซีเมียถือเป็นปัญหาใหญ่และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากเพื่อหาวิธีป้องกันไม่ให้ส่งต่อโรคไปยังบุตรได้ เมื่อตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน แนะนำให้การตรวจตัดกรองโครโมโซมของทารกในครรภ์ (NIPT) เนื่องจากผลการทดสอบดังกล่าวมีความแม่นยำสูงและช่วยลดความกังวลที่อาจเกิดขึ้นได้

 “ทุกครรภ์นั้นแตกต่างกัน” แพทย์หญิงปรวัน ตั้งธรรม กล่าวว่าแม้ลูกคนแรกปกติ ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าลูกคนที่สองจะเป็นเช่นนั้น จึงควรมีการตรวจคัดกรองในทุกๆครรภ์ คุณหมอยังเน้นย้ำอีกว่า ในปัจจุบันไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันว่าการติดโรคโควิด-19 ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายและผู้หญิงหรือไม่

ในบรรดาคู่สมรสที่แพทย์หญิงปรวัน ตั้งธรรมรักษาได้สำเร็จ คุณแม่วัย 42 ปีรายหนึ่ง ซึ่งได้ตั้งครรภ์ธรรมชาติมานานแล้ว แต่ผลการตรวจโครโมโซมไม่ค่อยดี มีไข่เพียง 3 ใบ และตรวจโครโมโซมผ่านแค่ใบเดียว หลังจากการรักษาไปสามรอบ ผลการตรวจตัวอ่อนเป็นปกติ ลูกเกิดมาแข็งแรงดี และคุณแม่มีความสุขมาก 

แพทย์หญิงปรวัน ตั้งธรรม ฝากถึงผู้สนใจการรักษาภาวะมีบุตรยากว่า “ไม่ต้องกังวลเรื่องการตรวจ ความเจ็บปวด หรือสิ่งที่หมอจะทำ ผ่อนคลาย ไม่อยากให้กังวลไปก่อน”

 เกี่ยวกับ NIFTY®: การตรวจตัดกรองโครโมโซมของทารกในครรภ์

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NIFTY® Test หรือการตรวจตัดกรองโครโมโซมของทารกในครรภ์ (NIPT) ชั้นนำของโลก สามารถดูที่เว็บไซต์ของเรา NIFTY ได้ตรวจมาแล้วมากกว่า 10,000,000 รายทั่วโลก NIFTY เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 10 สัปดาห์ขึ้นไป และทราบผลภายใน 7-10 วันทำการ

 เกี่ยวกับ BGI Genomics

BGI Genomics มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เป็นผู้ให้บริการในการจัดลำดับจีโนมและโปรตีโอมิกชั้นนำของโลก บริการของเราครอบคลุมกว่า 100 ประเทศและภูมิภาค และมีความร่วมมือกับสถาบันการแพทย์มากกว่า 2,300 แห่ง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
shutterstock_526164670
ในประเทศไทย แต่ละปีมีหญิงตั้งครรภ์ประมาณ 800,000 ราย ในจำนวนนี้ให้กำเนิดทารกที่เป็นดาวน์ซินโดรมประมาณ 800-1,000 ราย นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แนะนำให้หญิงที่ตั้งครรภ์วัย 35 ปีขึ้นไป เข้ารับการเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจโครโมโซมของทารกในครรภ์ เนื่องจากเป็นกลุ่มมีความเสี่ยงสูงที่ทารกในครรภ์จะมีโครโมโซมผิดปกติ แต่จากการเก็บสถิติของเด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรม กลับพบว่าร้อยละ 75-80 เป็นเด็กที่เกิดจากแม่ที่อายุน้อยกว่า 35 ปี
b5bd65a326ebf503bbde74a572a579f9
ความผิดปกติของพันธุกรรมอาจเกิดการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก ซึ่งทำให้เกิด โรคที่มีสาเหตุจากพันธุกรรมในเต็กได้ ปัจจุบันนี้โรคที่มีสาเหตุจากพันธุกรรมเหล่านี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ตังนั้นการพัฒนาการตรวจวิเคราะห์เพื่อให้สามารถคัดกรองหรือวินิจฉัยโรคเหล่านี้ได้จึงสำคัญมาก โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของพันธุกรรมที่พบบ่อยในเต็ก ได้แก่ กลุ่มอาการดาวน์ชินโดรมโดยปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสให้กำเนิดทารกตาวน์ชินโตรม เช่น อายุของแม่ความผิดปกติของเซลล์สืบพันธุ์ ฯลฯ ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดดาวน์ชินโดรมคือการเพิ่มของโครโมโมโซมคู่ที่ 21 มา 1 แท่ง หรือที่เรียกว่า Trisomy 21โดยอัตราการเกิด Trisomy 21 ของเด็กในครรภ์ อยู่ที่ 1 รายต่อ 800 ราย
NIFTY2
ให้ NIFTY ดูแลการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมให้ลูกน้อยของคุณ สามารถทราบความเสี่ยงที่ลูกน้อยในครรภ์จะเป็นดาวน์ซินโดรมหรือความผิดปกติของโครโมโซมอื่น ๆ ไม่ว่าคุณแม่อยู่ในช่วงอายุใดก็สามารถตรวจได้ ไม่มีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ โดยเจาะเลือดเพียงหลอดเดียว
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy