แชร์

ความผิดปกติของโครโมโซมเพศ 7 โรคสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้ พร้อมแนวทางตรวจคัดกรอง

12932 ผู้เข้าชม

โครโมโซมเพศ (Sex Chromosome) นับเป็นส่วนสำคัญของสารพันธุกรรมในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่กำหนดเพศ และเป็นบริเวณที่มักพบความผิดปกติได้ค่อนข้างบ่อย ความบกพร่องที่เกิดขึ้นกับโครโมโซมเพศ ไม่ว่าจะเป็น X หรือ Y ก็สามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาทางร่างกาย สติปัญญา และพฤติกรรมของบุคคลตั้งแต่แรกเกิด

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 7 โรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครโมโซมเพศ ที่คุณพ่อคุณแม่และคู่ที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวควรรู้จัก พร้อมเจาะลึกแนวทางการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ด้วยเทคโนโลยี NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมและวางแผนดูแลบุตรได้อย่างเหมาะสมที่สุด

โรคทางพันธุกรรมโครโมโซมเพศ คืออะไร?

ความหมายของโครโมโซมเพศ

โครโมโซมเพศ (Sex Chromosome) หมายถึง โครโมโซมคู่ที่ 23 ในร่างกายมนุษย์ มีหน้าที่สำคัญในการกำหนดเพศและควบคุมการพัฒนาต่าง ๆ ของร่างกาย โดยประกอบด้วยโครโมโซม X และ
เพศหญิง: มีโครโมโซมเพศเป็นคู่ XX
เพศชาย: มีโครโมโซมเพศเป็นคู่ XY

โครโมโซมเพศไม่เพียงแต่กำหนดเพศเท่านั้น แต่ยังบรรจุยีนจำนวนมากที่ควบคุมการพัฒนาของอวัยวะสืบพันธุ์, การผลิตฮอร์โมน, และลักษณะทางกายภาพอื่น ๆ เมื่อเกิดความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น จำนวนที่ผิดปกติ (เช่น มี X หรือ Y ขาด/เกิน) หรือ ความผิดปกติของยีนบนโครโมโซม ก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

สาเหตุของความผิดปกติ

ความผิดปกติของโครโมโซมเพศส่วนใหญ่เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Nondisjunction" (การไม่แยกตัวของโครโมโซม) ซึ่งเป็นความคลาดเคลื่อนในกระบวนการแบ่งเซลล์สืบพันธุ์ (Sperm หรือ Egg) ของบิดาหรือมารดา นอกจากนี้ Nondisjunction อาจเกิดขึ้นระหว่างการพัฒนาของตัวอ่อนในช่วงแรก ส่งผลให้ทารกได้รับโครโมโซมเพศในจำนวนที่มากหรือน้อยกว่าปกติ (ภาวะ Aneuploidy)

หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ อายุของมารดา โดยเฉพาะมารดาที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของโครโมโซมในทารก นอกจากนี้ ประวัติครอบครัวที่มีผู้ป่วยโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา

แม้ว่าความผิดปกติเหล่านี้ส่วนมากจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญและไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าก่อนการตั้งครรภ์ แต่ปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ ในการค้นหาความเสี่ยงต่าง ๆ ช่วยเปลี่ยนความกังวลเป็นความพร้อมในการดูแลให้กับคุณแม่และครอบครัว และมอบสิ่งดี ๆ ให้กับลูกน้อยได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

โรคและภาวะที่เกี่ยวข้องกับโครโมโซมเพศ

ภาวะที่พบในเพศชายบ่อย (เกี่ยวข้องกับยีนบนโครโมโซม X หรือจำนวนโครโมโซมเพศผิดปกติ)

โรคทางพันธุกรรมที่พบในเพศชายบ่อยที่สุด เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับโครโมโซม X เป็นหลัก เนื่องจากเพศชายมีโครโมโซม X เพียงแท่งเดียว ทำให้ความผิดปกติบนโครโมโซม X จะแสดงอาการออกมาทันที แตกต่างจากเพศหญิงที่มีโครโมโซม X สองแท่ง ทำให้โครโมโซม X แท่งที่มีความปกติสามารถชดเชยโครโมโซมผิดปกติได้ในระดับหนึ่ง โดยโรคทางพันธุกรรมที่มักพบในเพศชาย มีดังนี้

โรคไคลน์เฟลเตอร์ซินโดรม (Klinefelter Syndrome; XXY)

ไคลน์เฟลเตอร์ซินโดรมพบได้ในเพศชาย โดยจะมีโครโมโซม X เกินขึ้นมาหนึ่งแท่ง ทำให้คู่โครโมโซมกลายเป็น XXY จากเดิมที่ควรเป็น XY ภาวะนี้เกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการแยกตัวของโครโมโซมระหว่างการแบ่งเซลส์สืบพันธุ์ของคุณพ่อหรือคุณแม่โดยบังเอิญ จึงทำให้ตัวอ่อนได้รับโครโมโซม X เพิ่มขึ้นมา 

อาการสำคัญ (แตกต่างตามแต่ละบุคคล):

  • ร่างกายสูงกว่าค่าเฉลี่ย แขนขายาว
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่แข็งแรง
  • อัณฑะมีขนาดเล็ก ฮอร์โมนเพศชายต่ำ มีภาวะมีบุตรยาก
  • อาจมีความลำบากในการเรียนรู้หรือการพัฒนาทักษะด้านภาษา

กลุ่มอาการดับเบิลวาย หรือจาค็อบส์ซินโดรม (Double Y syndrome, Jacob Syndrome)

โรคจาค็อบส์ซินโดรม เกิดจากเพศชายที่มีโครโมโซม Y เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแท่ง ทำให้โครโมโซมเพศกลายเป็น XYY 

อาการสำคัญ (แตกต่างตามแต่ละบุคคล):

  • มีส่วนสูงเกินกว่าค่าเฉลี่ย
  • รอบศีรษะใหญ่กว่าปกติ
  • พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน
  • อาจมีปัญหาด้านพฤติกรรมและการควบคุมอารมณ์

โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)

โรคฮีโมฟีเลีย หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติบนโครโมโซมเพศ หรือโครโมโซม X ที่อาจส่งผลให้เลือดของผู้ป่วยแข็งตัวช้ากว่าปกติ และมักแสดงอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มีรอยฟกช้ำบ่อยครั้ง เลือดออกง่ายและหยุดยาก แม้เป็นบาดแผลเล็กน้อยก็ตาม

โรคฮีโมฟีเลียมักพบได้บ่อยในเพศชาย ในขณะที่เพศหญิงมักไม่แสดงอาการออกมา หรือแสดงอาการน้อย แต่ก็สามารถเป็นพาหะที่ถ่ายทอดยีนที่ผิดปกติไปยังลูกหลานได้

อาการสำคัญ:

  • เลือดออกนานกว่าปกติ แม้จากบาดแผลเล็กน้อย
  • มีรอยฟกช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวหนังบ่อยครั้ง
  • มีเลือดออกในข้อหรือกล้ามเนื้อ

โรคพร่องเอนไซม์ G6PD (G6PD Deficiency)

โรคทางพันธุกรรมนี้ เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีนบนโครโมโซมเพศ X ส่งผลให้ร่างกายเกิดความบกพร่องในการผลิตเอนไซม์ G6PD ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องเซลล์เม็ดเลือดแดงจากการถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระ ทำให้เมื่อร่างกายได้รับสารกระตุ้นจากถั่วปากอ้า ตัวยาบางกลุ่ม หรือติดเชื้อบางอย่าง จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเม็ดเลือดแดงแตก เกิดภาวะโลหิตจางเฉียบพลัน ผิวซีด ตัวเหลือง และอาจรุนแรงถึงชีวิตได้

อาการสำคัญ:

  • ดีซ่าน ตัวเหลืองและตาเหลือง
  • ผิวซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • ปัสสาวะมีสีเข้ม คล้ำผิดปกติ

อาการตาบอดสี (Color Blindness)

ตาบอดสี เป็นภาวะที่เกิดจากยีนผิดปกติของยีนบนโครโมโซม X ที่ควบคุมการทำงานของเซลล์รับแสงในจอประสาทตา ทำให้ตาไม่สามารถแยกแยะสีบางสีได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะสีแดงและสีเขียว โดยมักพบได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และมักถ่ายทอดความผิดปกติผ่านทางมารดาที่เป็นพาหะ

อาการสำคัญ:

  • ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างสีบางสีได้
  • โดยเฉพาะสีแดงกับสีเขียว หรือสีเหลืองกับสีน้ำเงิน

โรคที่พบในเพศหญิงเป็นหลัก

กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ (Turner Syndrome)

โรคทางพันธุกรรมโครโมโซมเพศนี้ เกิดขึ้นจากการขาดหายไปของโครโมโซม X หนึ่งแท่งในเพศหญิง ทำให้ร่างกายมีโครโมโซมเพศเพียงแท่งเดียวคือ XO แทนที่จะเป็นคู่ XX

อาการสำคัญ:

  • รูปร่างเตี้ย
  • คอสั้น แผงคอกว้าง
  • รังไข่ทำงานผิดปกติ ไม่มีประจำเดือนหรือมีบุตรยาก

กลุ่มอาการทริปเปิลเอกซ์ (Triple X Syndrome, Trisomy X)

ภาวะนี้เกิดขึ้นในเพศหญิงที่มีโครโมโซม X เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแท่ง กลายเป็นโครโมโซมเพศ XXX

อาการสำคัญ:

  • ส่วนสูงมากกว่าค่าเฉลี่ยของเพศหญิง
  • รอบศีรษะเล็กกว่าปกติ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีพัฒนาการล่าช้า
  • บางรายอาจพบปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์ และการเข้าสังคม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมและโครโมโซมเพศ

1. การตรวจ NIPT สามารถตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมเพศได้หรือไม่

การตรวจ NIPT Test คือ การตรวจคัดกรองทารกจากตัวอย่างเลือดของมารดา ที่สามารถค้นหาความผิดปกติต่าง ๆ ของโครโมโซมทารกที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือดของมารดา โดยทั่วไปแล้ว การตรวจ NIPT สามารถตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมหลักคู่ที่ 13, 18 และ 21 รวมถึงความผิดปกติของโครโมโซมคู่อื่น ๆ และโครโมโซมเพศได้ 

ทั้งนี้ ขอบเขตการตรวจที่ครอบคลุมจะขึ้นอยู่กับระดับของแพ็กเกจการตรวจที่เลือกใช้บริการ เนื่องจากบริการและแพ็กเกจการตรวจบางรายการ อาจครอบคลุมเฉพาะการตรวจดาวน์ซินโดรม และไม่ครอบคลุมการตรวจโครโมโซมบางรูปแบบ

และการตรวจ NIPT อาจไม่ครอบคลุมการตรวจคัดกรองโรคบางอย่างที่กล่าวไปข้างต้น เช่น โรคฮีโมฟีเลีย โรคพร่องเอนไซม์ G6PD และอาการตาบอดสี ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลแพ็กเกจการตรวจอย่างละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ

2. การตรวจ NIPT สามารถตรวจได้ที่ไหน

ในปัจจุบัน คุณแม่สามารถเข้ารับการตรวจ NIPT ได้ตามโรงพยาบาลและสถานที่ที่ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ NIPT ในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงสถานพยาบาลต่าง ๆ ที่มีบริการตรวจ NIPT ทั้งนี้ แนะนำให้คุณแม่และครอบครัวเลือกใช้บริการกับสถานบริการที่มีความน่าเชื่อถือ และมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและดำเนินการต่าง ๆ เพื่อการดูแลที่ครอบคลุม

ส่วนคุณแม่และครอบครัวที่ต้องการใช้สิทธิพิเศษหรือสวัสดิการที่ตนมีในการตรวจ NIPT ควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนใช้บริการ

3. การตรวจ NIFTY Pro สามารถตรวจอะไรได้บ้าง

NIFTY Pro เป็นการตรวจ NIPT ระดับ พรีเมียม ที่ครอบคลุมการตรวจโครโมโซมได้หลากหลายคู่ รวมถึงโครโมโซมเพศและกลุ่มอาการจากการขาดหาย/ซ้ำซ้อนของสารพันธุกรรมบางส่วน ทั้งนี้ ขอบเขตการตรวจขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของเทคโนโลยีและไม่สามารถครอบคลุมโรคทางพันธุกรรมได้ทั้งหมดหากถามว่า NIFTY Pro ตรวจอะไรบ้าง แพ็กเกจดังกล่าวสามารถตรวจหาความผิดปกติได้ ดังนี้

  • โครโมโซมคู่ที่ 21, 18, และ 13: สำหรับการตรวจคัดกรองโรคดาวน์ซินโดรม เอ็ดเวิร์ดซินโดรม และพาทัวซินโดรม
  • โครโมโซมในร่างกายทั้ง 23 คู่: สำหรับการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมทุกคู่อย่างครบถ้วน
  • ความผิดปกติของโครโมโซมเพศทุกประเภท: เช่น การตรวจกลุ่มอาการเทอร์เนอร์ ไคลน์เฟลเตอร์ ทริปเปิลเอกซ์ และจาค็อบส์ซินโดรม ที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติในโครโมโซมเพศ
  • ตรวจหาการขาดหาย (deletion) หรือซ้ำซ้อนของโครโมโซม (duplication): ครอบคลุมถึงการตรวจหาการขาดหายหรือเกินไปของ DNA บางส่วนบนโครโมโซม ซึ่งทำให้เกิดโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น กลุ่มอาการดิจอร์จ (DiGeorge Syndrome) กลุ่มอาการแพรเดอร์-วิลลี (Prader-Willi Syndrome) และกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman Syndrome)

4. การตรวจ NIFTY Pro เหมาะกับใคร

การตรวจ NIFTY Pro เหมาะสำหรับมารดาทุกท่านที่ต้องการความอุ่นใจและข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุดเกี่ยวกับสุขภาพของทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยงต่อไปนี้

  • คุณแม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
  • เคยมีบุตรที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม
  • ครอบครัวที่ต้องการข้อมูลเพื่อวางแผนการตั้งครรภ์

การตรวจ NIFTY Pro สามารถทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป 

ความรู้เรื่องโครโมโซมเพศช่วยวางแผนการตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ โดยความผิดปกติของโครโมโซมเพศสามารถส่งผลต่อพัฒนาการ ร่างกาย และคุณภาพชีวิตในหลายด้าน การทำความเข้าใจโรคเหล่านี้ร่วมกับการตรวจคัดกรองก่อนคลอด เช่น NIPT ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครอบคลุมมากขึ้น

ในทุกกรณี ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวชหรือเวชพันธุศาสตร์ก่อนตัดสินใจใด ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละครอบครัว

บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทฯ ในเครือ BGI Genomics ที่ก่อตั้งในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO15189, ISO15190 และ ISO/IEC 27001:2022 จากสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่ครอบคลุมในหลายด้าน ได้แก่

  • การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมของทารกในครรภ์มารดา
  • การตรวจคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรมสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร หรือมีบุตรยาก
  • การตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนก่อมะเร็ง เพื่อยาในการรักษาแบบเฉพาะบุคคล
  • การตรวจคัดกรองความเสี่ยงยีนก่อโรคการเกิดมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • การตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมเฉพาะบุคคลเพื่อวางแผนสุขภาพและชะลอวัย

ติดต่อเรา
โทร: 094 616 6878
อีเมล: marketing@bangkokgenomics.com
เว็บไซต์: https://www.bangkokgenomics.com
ที่อยู่: 3689 ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. 10110
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 8.30-17.30 น., เสาร์ 9.00-15.00 น.


บทความที่เกี่ยวข้อง
336363747_224491093479434_8914988996709399726_n
วันที่ 10 มีนาคม 2566 บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัดและ BGI Shenzhen Co., Ltd. เพื่อประชาสัมพันธ์การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ด้วยวิธี multi-target fecal DNA based assay ภายใต้แบรนด์ COLOTECT โดยมี นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร กรรมการบริษัทฯ, ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด และ Yin Ye, Executive Director and CEO of BGI Shenzhen Co., Ltd. เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในครั้งนี้
การวินิจฉัยโรคมะเร็ง ขั้นตอนสำคัญสู่การรักษาที่แม่นยำ
การวินิจฉัยโรคมะเร็ง เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจสอบและยืนยันการมีอยู่ของมะเร็งในร่างกาย การวินิจฉัยโรคมะเร็งที่ถูกต้องและรวดเร็วจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่
LINE_ALBUM_คุณหวังเจี้ยนเข้าพบนายก__27_12_22__221230_10
ก่อนการประชุม ครม. นายหวัง เจี้ยน ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท BGI เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ณ ทำเนียบรัฐบาล
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy