แชร์

ทำความรู้จักยีน APOE ทำไมถึงเสี่ยงต่ออัลไซเมอร์

2353 ผู้เข้าชม

การตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ถือเป็นมาตรการสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เนื่องจากโรคดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและบุคคลในวัยทำงานที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง โดยมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เป็นดัชนีชี้วัดและสัญญาณเตือนภัยของโรคนี้อยู่มากมาย อย่างไรก็ตาม หนึ่งในตัวชี้วัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ ยีน APOE ที่อยู่ในร่างกายของเรา ที่สามารถส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์จากกรรมพันธุ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

บทความนี้จะพาทุกคนทำความรู้จักยีน APOE ว่ามันคืออะไร ทำหน้าที่อะไรในร่างกายของเรา และทำไม ยีน APOE ถึงเพิ่มความเสี่ยงต่ออัลไซเมอร์ได้ รวมถึงการตรวจความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ทางพันธุกรรมเพื่อประเมินโอกาสในการเกิดโรคในอนาคต และทำการดูแลรักษาสุขภาพได้อย่างทันท่วงที

ยีน APOE คืออะไร

ยีน APOE หรือ Apolipoprotein E เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกาย ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการขนส่งไขมันและคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงขนส่งออกมาเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย โดยยีน APOE มีบทบาทหลักที่สำคัญ ดังนี้

  • ขนส่งไขมันและคอเลสเตอรอลจากเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายไปยังตับ
  • ช่วยในการย่อยสลายและขับถ่ายไขมันออกจากร่างกาย
  • ควบคุมการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมัน
  • มีบทบาทในการรักษาสมดุลของไขมันในสมอง
  • ช่วยในการกำจัดโปรตีน Beta-amyloid ออกจากสมอง

ยีน APOE ยังมีหลายชนิดหรือหลายรูปแบบ (Polymorphism) ที่ส่งผลถึงความสามารถในการขนส่งหรือกำจัดไขมันที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

  • ยีน APOE E2 หรือ E2: มีความสามารถในการขนส่งไขมันที่ดี และมีจำนวนน้อยที่สุด
  • ยีน APOE E3 หรือ E3: เป็นรูปแบบปกติที่พบมากที่สุด มีความสามารถในการขนส่งไขมันปานกลาง
  • ยีน APOE E4 หรือ E4: มีความสามารถในการขนส่งไขมันต่ำ

ภายในร่างกายของเรา จะมียีน APOE สองชุดที่อาจเหมือนหรือแตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งประเภทได้ทั้งหมด 6 คู่ ได้แก่ E2/E2, E2/E3, E2/E4, E3/E3, E3/E4 และ E4/E4 โดยคู่ยีนที่มียีน APOE E2 ก็จะมีประสิทธิภาพในการขนส่งไขมันที่ดีกว่า ส่วนคู่ยีนที่มี APOE E4 จะมีประสิทธิภาพที่น้อยกว่า

ยีน APOE เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์อย่างไร

ความสัมพันธ์ระหว่างยีน APOE กับโรคอัลไซเมอร์ (Apoe and Alzheimer's Disease) ได้รับการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางมาตั้งแต่อดีต โดยนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ารูปแบบของยีน APOE ที่แตกต่างกันส่งผลต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับยีน APOE E4 ที่มีความสามารถในการขนส่งไขมันต่ำ ซึ่งมีกลไกที่ส่งผลต่อโรคอัลไซเมอร์ดังนี้

  1. การสะสมของโปรตีน Beta-amyloid

ยีน APOE E4 มีประสิทธิภาพในการขจัดโปรตีนเบต้าอะมีลอยด์ (Beta-amyloid) ออกจากสมองน้อยกว่า APOE E2 และ APOE E3 ทำให้เกิดการสะสมแผ่นโปรตีนอะมีลอยด์ Amyloid plaques ในสมองมากขึ้น และส่งผลให้เซลล์ประสาทเสื่อมและตายได้ง่ายขึ้น

  1. การทำงานของระบบประสาท

ยีน APOE E4 ส่งผลเสียต่อการรักษาและซ่อมแซมเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท ทำให้กระบวนการส่งผ่านสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทบกพร่อง ส่งผลให้อะซีติลโคลีน (Acetylcholine) สารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ลดลงตามไปด้วย จนทำให้เกิดอาการสมองฝ่อ ความจำเสื่อม และพัฒนามาเป็นโรคอัลไซเมอร์ในที่สุด

  1. ความเสี่ยงตามรูปแบบยีนต่าง ๆ
  • E2/E2 หรือ E2/E3: มีความเสี่ยงน้อยกว่าระดับปกติถึง 0.6 เท่า

  • E3/E3: ความเสี่ยงระดับปกติ (Baseline risk)

  • E2, E3, E4/E4: มีความเสี่ยงสูงกว่าระดับปกติ 15-20 เท่า

การมียีน APOE E4 ที่มีมีความเสี่ยงสูง ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะต้องเป็นโรคอัลไซเมอร์เสมอไป เพียงแต่รูปแบบยีน APOE E4 ถือเป็นความผิดปกติของยีนบนออโตโซมที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สำคัญของโรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดช้า 

การเกิดโรคอัลไซเมอร์กับยีนที่เกี่ยวข้อง

คนส่วนใหญ่ มักเข้าใจว่าอัลไซเมอร์ มีกี่ระยะ แต่นอกจากระยะของโรคที่ใช้เวลาแล้ว โรคอัลไซเมอร์ก็สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามระยะเวลาการเกิดโรค ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับยีนต่าง ๆ ดังนี้

โรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดเร็ว (Early-onset Alzheimer's Disease)

เป็นโรคอัลไซเมอร์ที่เกิดขึ้นก่อนอายุ 65 ปี โดยพบเพียงร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยทั้งหมด มักเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน APP, PSEN1 และ PSEN2 และมักพบในครอบครัวที่มีประวัติโรคอัลไซเมอร์ในญาติสายตรง

โรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดช้า (Late-onset Alzheimer's Disease)

เป็นโรคอัลไซเมอร์ที่เกิดขึ้นหลังอายุ 65 ปี พบได้มากถึงร้อยละ 90-95 ของผู้ป่วยทั้งหมด และการเกิดโรคนั้นเกี่ยวข้องกับยีน APOE E4 เป็นหลัก

โดยยีน APOE ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดช้า แต่ในขณะเดียวกัน หากมีการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ร่างกายและจิตใจเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือโรคอัลไซเมอร์ รักษาและป้องกันได้ตั้งแต่เริ่มต้น

ทำไมถึงควรตรวจยีนเสี่ยงอัลไซเมอร์

การตรวจประเมิน APOE Genotype Testing มีประโยชน์ที่สำคัญต่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • การประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคล
    • ทราบความเสี่ยงที่แท้จริงของตนเองต่อโรคอัลไซเมอร์
    • วางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง
    • เตรียมพร้อมสำหรับการดูแลสุขภาพในอนาคต
  • การวางแผนป้องกันเชิงรุก
    • เริ่มการดูแลสุขภาพสมองตั้งแต่ก่อนที่จะมีอาการ
    • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรค
    • เลือกกิจกรรมและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง
  • การติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิด
    • ผู้ที่มียีน APOE E4 ควรตรวจสุขภาพและประเมินการทำงานของสมองบ่อยขึ้น
    • เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นปัจจัยเสี่ยง
    • เข้ารับการติดตามจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

ด้านการวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ผู้ที่มี APOE E4 ควรให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสมอง เช่น ผักใบเขียว ปลา ถั่วต่าง ๆ การควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการกระตุ้นสมองด้วยกิจกรรมที่ท้าทายความคิด

และหากเปรียบเทียบตรวจอัลไซเมอร์ ราคาและความคุ้มค่าของการตรวจ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่อาจสูงถึงหลายแสนบาทต่อปี การตรวจยีนเพื่อประเมินความเสี่ยงถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และช่วยให้สามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคได้ในอนาคต รวมถึงการนำผลการตรวจมาใช้ในการรักษาแบบ Personalized Medicine ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

โดยกลุ่มคนที่ควรเข้ารับการตรวจความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์ 
  • ผู้ที่มีปัญหาด้านการนอนหลับ
  • ผู้ที่มีภาวะความเครียดสะสม
  • ผู้ที่ต้องการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างจริงจัง

การตรวจยีนอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

การตรวจยีน APOE สามารถเชื่อมโยงกับการตรวจสุขภาพแบบครอบคลุมได้ เนื่องจากยีนนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังส่งผลต่อระดับไขมันในเลือดและความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย โดยการตรวจพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับยีน APOE เช่น

การตรวจยีนมะเร็ง

  • การตรวจยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมและรังไข่
  • การตรวจยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • การตรวจยีนมะเร็งเพื่อติดตามโรคตกค้างน้อยที่สุด (Minimal Residual Disease, MRD) ในผู้ป่วยมะเร็งเพื่อประเมินผลการรักษา

การตรวจยีนโรคอื่น ๆ

  • การตรวจยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การตรวจยีนที่ส่งผลต่อการเผาผลาญไขมันและน้ำตาล
  • การตรวจยีนที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อยาต่าง ๆ

ยีน APOE มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่การทราบข้อมูลทางพันธุกรรมของตนเองจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันและวางแผนดูแลสุขภาพสมองอย่างเหมาะสม แม้ว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงยีนที่ได้รับมาได้ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคได้

การตรวจเพื่อป้องกันจึงดีกว่าการรักษาเมื่อเป็นโรคแล้ว โดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์ที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาด การตรวจความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ผ่านการตรวจพันธุกรรมจึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวที่คุ้มค่า

บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทฯ ในเครือ BGI Genomics ที่ก่อตั้งในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO15189, ISO15190 และ ISO/IEC 27001:2022 จากสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่ครอบคลุมในหลายด้าน ได้แก่

  • การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมของทารกในครรภ์มารดา
  • การตรวจคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรมสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร หรือมีบุตรยาก
  • การตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนก่อมะเร็ง เพื่อหาตัวยาในการรักษาแบบเฉพาะบุคคล
  • การตรวจคัดกรองความเสี่ยงยีนก่อโรคการเกิดมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • การตรวจวิเคราะห์กลุ่มโรคติดเชื้อ รวมถึงมะเร็งปากมดลูกและ COVID-19
  • การตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมเฉพาะบุคคลเพื่อวางแผนสุขภาพและชะลอวัย

ติดต่อเรา
โทร: 094 616 6878
อีเมล: marketing@bangkokgenomics.com
เว็บไซต์: https://www.bangkokgenomics.com
ที่อยู่: 3689 ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. 10110
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 8.30-17.30 น., เสาร์ 9.00-15.00 น.


บทความที่เกี่ยวข้อง
336363747_224491093479434_8914988996709399726_n
วันที่ 10 มีนาคม 2566 บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัดและ BGI Shenzhen Co., Ltd. เพื่อประชาสัมพันธ์การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ด้วยวิธี multi-target fecal DNA based assay ภายใต้แบรนด์ COLOTECT โดยมี นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร กรรมการบริษัทฯ, ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด และ Yin Ye, Executive Director and CEO of BGI Shenzhen Co., Ltd. เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในครั้งนี้
Comprehensive Genetic Testing: A New Frontier in Personalized Wellness and Disease Prevention
Modern healthcare is evolving from a one-size-fits-all model toward a more individualized approach known as personalized medicine.
เปรียบเทียบการตรวจ NIPT กับ NIFTY ต่างกันอย่างไร
ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีการตรวจทารกในครรภ์ได้พัฒนาไปอย่างก้าวหน้า ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงการตรวจสุขภาพที่มีความปลอดภัยและความแม่นยำสูง ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ทราบสุขภาพของทารกตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ์
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy