แชร์

ctDNA vs cfDNA ต่างกันอย่างไร สิ่งไหนที่เป็นอันตราย

2195 ผู้เข้าชม

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การวินิจฉัยโรคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจร่างกายภายนอกหรือการตัดชิ้นเนื้อที่สร้างความเจ็บปวดอีกต่อไป เทคโนโลยี "Liquid Biopsy" หรือการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรม ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยคัดกรอง วินิจฉัย และวางแผนรักษาโรคมะเร็ง โดยหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือการตรวจวิเคราะห์ชิ้นส่วนพันธุกรรมขนาดเล็กที่มีชื่อว่า cfDNA และ ctDNA

บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจว่า ระหว่าง ctDNA vs cfDNA ทั้งสองสิ่งนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และสารพันธุกรรมเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจยีนมะเร็งเพื่อค้นหาความผิดปกติได้อย่างไร

เข้าใจความหมายของ ctDNA vs cfDNA

เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง ctDNA vs cfDNA ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจความหมายของทั้งสองคำนี้

cfDNA คืออะไร?

cfDNA หรือ Cell-Free DNA คือ ชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ที่หลุดออกมาอยู่ภายนอกเซลล์และล่องลอยอยู่อย่างอิสระในระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงของเหลวอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น ปัสสาวะ หรือน้ำไขสันหลัง โดยตามธรรมชาติ ดีเอ็นเอของมนุษย์จะถูกเก็บรักษาไว้ภายในนิวเคลียสของเซลล์ แต่เมื่อเซลล์นั้น ๆ เสื่อมสภาพและตายลงตามวงจรชีวิตปกติ (Apoptosis) ผนังเซลล์จะสลายตัวและปล่อยชิ้นส่วนพันธุกรรมเหล่านี้ออกมาสู่กระแสเลือด จนเป็นที่มาของ cfDNA นั่นเอง

บทบาทของ cfDNA มีความสำคัญอย่างยิ่งในวงการแพทย์ปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น การตรวจทารกในครรภ์ด้วย NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) เนื่องจากภายในร่างกายของสตรีตั้งครรภ์ จะมีชิ้นส่วนพันธุกรรมของทารก หรือ cffDNA (Cell-free fetal DNA) ที่ปะปนอยู่ในเลือดของมารดา ทำให้สามารถนำชิ้นส่วนพันธุกรรมมาใช้ในการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมทารก และการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง จากชิ้นส่วนพันธุกรรมที่มีการกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งชนิดนั้นโดยตรง

ctDNA คืออะไร?

ในขณะที่ cfDNA เป็นภาพรวมของพันธุกรรมอิสระทั้งหมด แต่สิ่งที่วงการมะเร็งวิทยาให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ ctDNA (Circulating Tumor DNA หรือ Cell-Free Tumor DNA) ซึ่งถือเป็น "ส่วนย่อย" ที่แฝงตัวอยู่ใน cfDNA แต่มีความสำคัญที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ctDNA คือ ชิ้นส่วนพันธุกรรมที่หลุดออกมาจากเซลล์มะเร็ง หรือเซลล์เนื้องอก (Tumor Cell) ซึ่งเกิดจากก้อนมะเร็งที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนเซลล์บางส่วนขาดเลือดและตายลง หรือมีเซลล์มะเร็งที่ยังมีชีวิตอยู่ ปล่อยชิ้นส่วนพันธุกรรมเข้าสู่กระแสเลือด โดยที่ ctDNA จะมีรหัสพันธุกรรมที่ผิดปกติ (Mutation) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมะเร็งชนิดนั้น ๆ ติดตัวมาด้วย ทำให้แพทย์สามารถใช้ชิ้นส่วนพันธุกรรมเหล่านี้ ในการตรวจหายีนกลายพันธุ์ในผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย การเลือกยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) และการติดตามผลการรักษาได้อย่างแม่นยำ

การตรวจ ctDNA สามารถตรวจหามะเร็งชนิดใดได้บ้าง

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน การตรวจ ctDNA สามารถครอบคลุมการตรวจยีนมะเร็งในกลุ่มมะเร็งชนิดก้อน (Solid Tumor) ได้หลากหลายชนิด อาทิ

  • มะเร็งปอด
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง
  • มะเร็งรังไข่
  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งตับ
  • มะเร็งตับอ่อน
  • มะเร็งหลอดอาหาร
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร
  • มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

ความแตกต่างระหว่าง ctDNA vs cfDNA

หากเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Cell-free DNA vs Circulating Tumor DNA จะสามารถสรุปความแตกต่างที่สำคัญได้ดังนี้

  cfDNA ctDNA
คำจำกัดความ ดีเอ็นเออิสระทั้งหมดที่ลอยอยู่ในเลือด ดีเอ็นเออิสระที่มาจากเซลล์มะเร็ง
แหล่งกำเนิด มาจากเซลล์ปกติของร่างกายที่ตายตามธรรมชาติ มาจากเซลล์มะเร็ง และเนื้องอก
ลักษณะทางพันธุกรรม เหมือนดีเอ็นเอปกติของบุคคลนั้น มีการกลายพันธุ์ (Mutation) จำเพาะต่อมะเร็งชนิดนั้น ๆ
ประโยชน์ทางการแพทย์ ตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ (NIPT) ตรวจมะเร็ง ติดตามผลการรักษา ตรวจหาการดื้อยา และการเลือกยามุ่งเป้า

 

บทบาทของ ctDNA และ cfDNA ในการวินิจฉัยและรักษามะเร็ง

การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่าง ctDNA vs cfDNA ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการแพทย์แม่นยำ (Personalized Medicine) ซึ่งเป็นการออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายโดยเฉพาะ

1. การตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะเริ่มต้น (Early Detection)

การตรวจหา Cell-free Tumor DNA ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะที่ก้อนเนื้อยังเล็กมากหรือยังไม่แสดงอาการ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้สูงขึ้น

2. การประเมินลักษณะทางพันธุกรรมเพื่อเลือกยามุ่งเป้า (Precision Medicine)

แพทย์สามารถนำข้อมูลจากการตรวจยีนมะเร็งผ่านทาง ctDNA มาวิเคราะห์เพื่อเลือกใช้ยามุ่งเป้าที่ออกฤทธิ์จัดการกับเซลล์มะเร็งที่มีการกลายพันธุ์นั้น ๆ โดยเฉพาะ ทำให้การรักษาโรคมะเร็งมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา

3. การติดตามผลการรักษาและประเมินโรคตกค้าง (MRD Monitoring)

การเปรียบเทียบปริมาณระหว่าง ctDNA vs cfDNA ในเลือดช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษาที่ดำเนินการไปหรือไม่

  • หากปริมาณ ctDNA ลดลงหรือหายไปหลังการผ่าตัดหรือรับยาเคมีบำบัด แสดงว่าการรักษาได้ผลดี
  • หากยังตรวจพบ ctDNA หลงเหลืออยู่หลังการรักษา แสดงว่าอาจมีเซลล์มะเร็งอื่น ๆ ที่แฝงอยู่ในร่างกาย ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำของโรคมะเร็ง ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ได้ทันท่วงที

การทำความเข้าใจความแตกต่างของ ctDNA vs cfDNA ช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ ที่เปลี่ยนจากการรักษาแบบดั้งเดิมมาสู่การแพทย์เฉพาะบุคคลที่มีความแม่นยำและจำเพาะเจาะจง และการใช้ประโยชน์จากสารพันธุกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยในการตรวจหามะเร็งได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโรคมะเร็ง ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทฯ ในเครือ BGI Genomics ที่ก่อตั้งในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO15189, ISO15190 และ ISO/IEC 27001:2022 จากสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่ครอบคลุมในหลายด้าน ได้แก่

  • การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมของทารกในครรภ์มารดา
  • การตรวจคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรมสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร หรือมีบุตรยาก
  • การตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนก่อมะเร็ง เพื่อยาในการรักษาแบบเฉพาะบุคคล
  • การตรวจคัดกรองความเสี่ยงยีนก่อโรคการเกิดมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • การตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมเฉพาะบุคคลเพื่อวางแผนสุขภาพและชะลอวัย

ติดต่อเรา
โทร: 094 616 6878
อีเมล: marketing@bangkokgenomics.com
เว็บไซต์: https://www.bangkokgenomics.com
ที่อยู่: 3689 ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. 10110
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 8.30-17.30 น., เสาร์ 9.00-15.00 น.


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจ NIPT ที่ไหนดี? แนะนำบริการตรวจนิฟตี้ที่คุณแม่ทั่วโลกไว้วางใจ
NIPT Test คือ การตรวจคัดกรองก่อนคลอดแบบไม่รุกล้ำ (Non-Invasive Prenatal Testing) ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ผ่านการเจาะเลือดจากมารดา
12 โรคที่เกี่ยวกับพันธุกรรม ที่พ่อแม่และครอบครัวควรเฝ้าระวัง
ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจ “โรคทางพันธุกรรม” กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้
336363747_224491093479434_8914988996709399726_n
วันที่ 10 มีนาคม 2566 บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัดและ BGI Shenzhen Co., Ltd. เพื่อประชาสัมพันธ์การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ด้วยวิธี multi-target fecal DNA based assay ภายใต้แบรนด์ COLOTECT โดยมี นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร กรรมการบริษัทฯ, ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด และ Yin Ye, Executive Director and CEO of BGI Shenzhen Co., Ltd. เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในครั้งนี้
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy