แชร์

การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า และความสำคัญของการตรวจหายีนกลายพันธุ์ด้วย OncoPress

1945 ผู้เข้าชม

การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าได้เปลี่ยนแปลงวิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยแนวทางการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งอย่างจำเพาะต่อเป้าหมายมากขึ้น แตกต่างจากการรักษาด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติในร่างกายได้มากกว่า ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า คือ การตรวจยีนมะเร็งเพื่อค้นหายีนกลายพันธุ์ในผู้ป่วยมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการเลือกแนวทางและตัวยาที่เหมาะสมในการรักษาต่อไป

ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าและการตรวจหายีนกลายพันธุ์ด้วย OncoPress เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการตัดสินใจในการวางแผนการรักษาโรคมะเร็งที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า

การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เป็นแนวทางการรักษาโรคมะเร็งที่ใช้ยาหรือชีววัตถุที่ออกฤทธิ์กับโมเลกุลหรือสัญญาณจำเพาะซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง จัดเป็นรากฐานของการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ในมะเร็งวิทยา โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความจำเพาะต่อเป้าหมายของเซลล์มะเร็งมากกว่า และลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติในร่างกาย เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดแบบดั้งเดิม

หลักการทำงานของการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า

การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ตั้งอยู่บนแนวคิดของการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) โดยอ้างอิงข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยแต่ละราย แทนที่จะใช้แนวทางเดียวกันกับผู้ป่วยทุกคนที่เป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน เนื่องจากการกลายพันธุ์ของยีนบางชนิดอาจมีบทบาทสำคัญต่อการกระตุ้นการแบ่งตัวและการอยู่รอดของเซลล์มะเร็ง การระบุยีนเหล่านี้จึงช่วยให้แพทย์มีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาเลือกใช้ยามุ่งเป้าที่เหมาะสมในแต่ละกรณี

ยามุ่งเป้าทำหน้าที่ขัดขวางการทำงานของเซลล์มะเร็งผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การยับยั้งสัญญาณกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง หรือการยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่มาเลี้ยงก้อนมะเร็ง หรือการนำสารออกฤทธิ์เข้าสู่เซลล์มะเร็งโดยตรงในยาบางกลุ่ม

ความสำคัญของการตรวจยีนก่อนเริ่มการรักษา

การตรวจยีนมะเร็งก่อนเริ่มการรักษาเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยประกอบการพิจารณาการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีรูปแบบการกลายพันธุ์ของยีนที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันก็ตาม และไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายจะมียีนที่สามารถใช้เป็นเป้าหมายของยามุ่งเป้าได้

การตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมจึงมีบทบาทในการช่วยคัดกรองกลุ่มผู้ป่วยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการรักษาด้วยยามุ่งเป้า รวมถึงช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อาจไม่ได้ผลหรือมีโอกาสดื้อยาสูง ทั้งนี้ผลตรวจต้องได้รับการตีความร่วมกับข้อมูลทางคลินิกและดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

OncoPress การตรวจยีนเพื่อหาข้อมูลยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

OncoPress เป็นบริการตรวจยีนมะเร็งจาก Bangkok Genomic Innovation โดยใช้เทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) เพื่อวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีนในเซลล์มะเร็งแบบครอบคลุม  (Comprehensive Genomic Profiling) ข้อมูลที่ได้จากการตรวจจะช่วยให้แพทย์มีข้อมูลทางพันธุกรรมเพิ่มเติม เพื่อนำมาประกอบการวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ภายใต้ดุลยพินิจทางการแพทย์

ข้อมูลสำคัญที่ได้จากการตรวจ OncoPress

การตรวจยีนกลายพันธุ์ด้วย OncoPress จะให้ข้อมูลสำคัญเพื่อ “ประกอบการวางแผนการรักษา” ในผู้ป่วยมะเร็ง โดยข้อมูลหลักที่พบได้ในรายงาน ได้แก่

ข้อมูลยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)

รายงานจะระบุการกลายพันธุ์ของยีนที่สามารถใช้ยามุ่งเป้ามะเร็งได้ โดยแบ่งเป็นระดับความสำคัญทางคลินิกตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ 4 ระดับ (Tier I-IV) ดังนี้

  • Tier I (Strong clinical significance): การกลายพันธุ์ที่มีความสำคัญทางคลินิกสูง โดยมีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนในด้านการรักษา (therapeutic) และ/หรือการวินิจฉัย/พยากรณ์โรค (diagnostic/prognostic) ในบริบทของมะเร็งชนิดนั้น
  • Tier II (Potential clinical significance): การกลายพันธุ์ที่มีความสำคัญทางคลินิก “ที่เป็นไปได้” หลักฐานยังรองลงมา แต่อาจใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางการรักษา/การวินิจฉัย/พยากรณ์โรคในบางบริบท (เช่น หลักฐานจากการศึกษาเพิ่มเติมหรือการทดลองทางคลินิก)
  • Tier III (Unknown clinical significance): การกลายพันธุ์ที่ยังไม่สามารถสรุปความหมายทางคลินิกได้ชัดเจนในปัจจุบัน (VUS)
  • Tier IV (Benign / Likely benign): การกลายพันธุ์ที่จัดว่าเป็น benign หรือ likely benign และโดยทั่วไปไม่ถูกตีความว่ามีความหมายต่อการรักษาหรือการดำเนินโรค

การจัด Tier เป็นการสรุประดับความสำคัญทางคลินิกตามหลักฐานที่มีอยู่ และต้องตีความร่วมกับชนิดมะเร็ง ระยะโรค และบริบทการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ใช่การรับรองผลการรักษา

ข้อมูลยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)

รายงาน OncoPress มีการตรวจวัดตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) บางรายการเพื่อ “ประกอบการประเมิน” แนวโน้มการตอบสนองต่อยาภูมิคุ้มกันบำบัด โดยตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • MSI (Microsatellite Instability): รายงานอาจแสดงผลเป็น MSS (เสถียร) หรือ MSI-H (ไม่เสถียรสูง) โดยผล MSI-H/dMMR มีข้อมูลสนับสนุนว่าอาจใช้เป็นตัวบ่งชี้เพื่อประกอบการพิจารณาการรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัดในบางกรณี ทั้งนี้ต้องตีความร่วมกับชนิดมะเร็งและข้อมูลทางคลินิกอื่น ๆ
  • TMB (Tumor Mutational Burden): เป็นการประเมิน “ภาวะการกลายพันธุ์ของเนื้องอก” ซึ่งอาจช่วยประกอบการพิจารณาแนวโน้มการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันบำบัดในบางสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม “ค่า TMB สูง” ไม่ได้แปลว่าจะตอบสนองเสมอไป และต้องอ่านร่วมกับปัจจัยอื่น
  • ตัวบ่งชี้อื่น ๆ: รายงานอาจมีข้อมูลยีนหรือรูปแบบการกลายพันธุ์บางชนิดที่ “อาจเกี่ยวข้อง” กับการตอบสนองต่อการรักษาในบางมะเร็ง (ตัวอย่างเช่น TP53 หรือ KRAS ในบางบริบท) แต่โดยทั่วไปควรตีความร่วมกับ biomarker หลัก (เช่น MSI/TMB/PD-L1 ตามชนิดมะเร็ง) และการประเมินของแพทย์ผู้รักษา

ข้อมูลยาเคมีบำบัด (Chemotherapy)

รายงาน OncoPress อาจมีส่วนของการสรุปข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมกับการตอบสนองต่อยา (Variant–Drug Annotation) จากฐานข้อมูลมาตรฐาน เช่น PharmGKB เพื่อใช้เป็นข้อมูล “ประกอบการพิจารณา” ความเสี่ยงผลข้างเคียงหรือแนวโน้มการตอบสนองต่อยาบางชนิด โดยตัวอย่างรูปแบบการรายงานที่พบบ่อย ได้แก่

  • Associated with decreased risk of drug toxicity: อาจมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงผลข้างเคียงจากยานั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในบางกลุ่มข้อมูล ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาร่วมกับขนาดยา อายุ โรคร่วม การทำงานของตับ/ไต และประวัติการรักษา
  • Associated with increased risk of drug toxicity:  อาจมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงผลข้างเคียงสูงขึ้น แพทย์อาจพิจารณาปรับขนาดยา เพิ่มการติดตามอาการ หรือพิจารณาทางเลือกอื่นตามความเหมาะสม
  • Associated with poorer response to treatment: อาจบ่งชี้ว่าแนวโน้มการตอบสนองต่อยานั้นลดลงในบางข้อมูลอ้างอิง แพทย์อาจพิจารณาเลือกยาอื่นที่มีโอกาสได้ผลดีกว่า
  • Associated with better response to treatment:  อาจบ่งชี้ว่าแนวโน้มการตอบสนองต่อยานั้นดีขึ้นในบางข้อมูลอ้างอิง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลเพื่อช่วยแพทย์ประกอบการตัดสินใจในการวางแผนการรักษาเท่านั้น การตัดสินใจใช้ยาและแนวทางการรักษาต่าง ๆ ต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์ผู้รักษาที่ได้ประเมินสภาพผู้ป่วยโดยรวมแล้วเท่านั้น

PharmGKB (Pharmacogenomics Knowledgebase) เป็นฐานข้อมูลสาธารณะระดับโลกที่รวบรวมข้อมูลเชิงหลักฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง

  • การกลายพันธุ์หรือความแปรผันของยีน (Genetic Variants)
  • การตอบสนองต่อยา ผลข้างเคียง และระดับความเป็นพิษของยา
  • แนวทางการใช้ยาตามพันธุกรรม (Pharmacogenomic Guidelines)

เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการวิจัย การให้คำปรึกษาทางคลินิก และการตีความผลตรวจพันธุกรรม

รูปแบบการตรวจของ OncoPress

Bangkok Genomics Innovation มีบริการตรวจ OncoPress ทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่

  • OncoPress Key: เป็นแพ็กเกจพื้นฐานที่ครอบคลุมยีนสำคัญ 188 ยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งชนิดต่าง ๆ เหมาะสำหรับการตรวจเบื้องต้นเพื่อหายีนกลายพันธุ์ที่สำคัญต่อการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า
  • OncoPress Premium: เป็นแพ็กเกจขั้นสูงที่ครอบคลุมการตรวจยีนสำคัญมากถึง 1,021 ยีน รวมถึงการวัด TMB, MSI, HRR และอื่น ๆ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการข้อมูลที่ละเอียดและครอบคลุมมากที่สุด
  • OncoPress Monitoring: บริการติดตามการรักษาด้วยเทคนิค MRD (Minimal Residual Disease) โดยใช้ชุดข้อมูลเฉพาะบุคคล (Personalized Panel) ที่ออกแบบจากผลการตรวจครั้งแรกจากแพ็กเกจขั้นสูง OncoPress Premium เพื่อช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของโรคตามแผนแพทย์

ใครควรเข้ารับการตรวจ OncoPress?

การตรวจ OncoPress เหมาะสำหรับ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งแล้ว และต้องการข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อประกอบการวางแผนการรักษา ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นมะเร็งหรือผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองเพื่อประเมินความเสี่ยง  สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจมะเร็งจากความเสี่ยงทางพันธุกรรม อาจเหมาะกับการตรวจ SENTIS Hereditary Cancer Screening มากกว่า (ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และคำแนะนำแพทย์)

โดยกลุ่มผู้ป่วยที่ควรเข้ารับการตรวจ OncoPress ได้แก่

  • ผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัย และต้องการข้อมูลเพื่อช่วยแพทย์วางแผนการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าตั้งแต่เริ่มต้น
  • ผู้ป่วยที่กำลังรับการรักษามะเร็งแต่ตอบสนองต่อยาไม่ดีนัก และต้องการข้อมูลเพื่อประเมินทางเลือกเพิ่มเติม
  • ผู้ป่วยที่รักษาเสร็จแล้วและต้องการติดตามผลตามแผนแพทย์
  • ผู้ป่วยมะเร็งทุกระยะที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจในการรักษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจยีนและยามุ่งเป้า

1. ยามุ่งเป้าต้องใช้นานแค่ไหน และต้องให้ยากี่ครั้ง?

ระยะเวลาและความถี่ในการให้ยามุ่งเป้าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค ประเภทของยา และการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย ยาบางชนิดอาจรับประทานทุกวัน ขณะที่ยาบางกลุ่มให้ทางหลอดเลือดทุก 2–3 สัปดาห์ แผนการรักษาจะถูกกำหนดโดยแพทย์ผู้รักษา โดยพิจารณาจากข้อมูลทางพันธุกรรมร่วมกับอาการและสภาพร่างกายของผู้ป่วย

2. ยามุ่งเป้าแบบฉีด กับยาแบบรับประทานต่างกันอย่างไร?

ยามุ่งเป้ามีทั้งรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดและรูปแบบรับประทาน โดยประสิทธิภาพและข้อบ่งชี้จะแตกต่างกันไปตามชนิดของยาและชนิดมะเร็ง แพทย์จะเลือกวิธีการให้ยาที่เหมาะสมที่สุดโดยคำนึงถึงชนิดยา ความสะดวกในการรักษา และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

3. ยามุ่งเป้าใช้กับมะเร็งระยะไหน และการรักษามะเร็งระยะแพร่กระจายแบบมุ่งเป้ามีอะไรบ้าง

ยามุ่งเป้าสามารถใช้ได้ในหลายระยะของมะเร็ง ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งและข้อบ่งชี้ของยา โดยอาจใช้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะแพร่กระจาย เพื่อควบคุมโรคและช่วยชะลอการลุกลาม ทั้งนี้แนวทางการรักษาจะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล

4. การรักษามะเร็งด้วยยามุ่งเป้ามีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของยา ระยะเวลาในการรักษา การตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม และสถานพยาบาลที่รับการรักษา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสม ควรสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายจากสถานพยาบาลหรือแพทย์ผู้รักษาโดยตรง

การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าเริ่มต้นจากการมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่เหมาะสมและการประเมินทางคลินิกอย่างรอบด้าน การตรวจ OncoPress ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของยีนในเซลล์มะเร็ง เพื่อนำไปใช้ประกอบการวางแผนการรักษา ทั้งยามุ่งเป้า ยาภูมิคุ้มกันบำบัด หรือยาเคมีบำบัด โดยการตัดสินใจรักษาทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่สนใจเข้ารับการตรวจ OncoPress เพื่อประกอบการวางแผนการรักษา สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากสถานพยาบาลที่ท่านรับการรักษาอยู่ หรือสอบถามรายละเอียดสถานพยาบาลที่ให้บริการได้ที่ บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)

บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทฯ ในเครือ BGI Genomics ที่ก่อตั้งในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO15189, ISO15190 และ ISO/IEC 27001:2022 จากสถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่ครอบคลุมในหลายด้าน ได้แก่

  • การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมของทารกในครรภ์มารดา
  • การตรวจคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรมสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร หรือมีบุตรยาก
  • การตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนก่อมะเร็ง เพื่อยาในการรักษาแบบเฉพาะบุคคล
  • การตรวจคัดกรองความเสี่ยงยีนก่อโรคการเกิดมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • การตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมเฉพาะบุคคลเพื่อวางแผนสุขภาพและชะลอวัย

ติดต่อเรา
โทร: 094 616 6878
อีเมล: marketing@bangkokgenomics.com
เว็บไซต์: https://www.bangkokgenomics.com
ที่อยู่: 3689 ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. 10110
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 8.30-17.30 น., เสาร์ 9.00-15.00 น.


บทความที่เกี่ยวข้อง
02_ภาพลงนาม_2048x1365
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี : ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ กรรมการ บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ บีเคเคจีไอ (BkkGI)
การวินิจฉัยโรคมะเร็ง ขั้นตอนสำคัญสู่การรักษาที่แม่นยำ
การวินิจฉัยโรคมะเร็ง เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจสอบและยืนยันการมีอยู่ของมะเร็งในร่างกาย การวินิจฉัยโรคมะเร็งที่ถูกต้องและรวดเร็วจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่
336363747_224491093479434_8914988996709399726_n
วันที่ 10 มีนาคม 2566 บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัดและ BGI Shenzhen Co., Ltd. เพื่อประชาสัมพันธ์การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ด้วยวิธี multi-target fecal DNA based assay ภายใต้แบรนด์ COLOTECT โดยมี นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร กรรมการบริษัทฯ, ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด และ Yin Ye, Executive Director and CEO of BGI Shenzhen Co., Ltd. เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในครั้งนี้
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy